We Are CMFC
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556
ปลาเวลส์
ปลาเวลส์ (อังกฤษ: Wels catfish, Sheatfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Silurus glanis) ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae)
จัดเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่มาก โดยถือว่าเป็นหนึ่งในปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และถือว่าเป็นปลาหนัง (Siluriformes) ชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะเหมือนปลาในสกุลเดียวกันชนิดอื่นทั่วไป มีลำตัวสีน้ำตาลและมีจุดสีดำเป็นกระ กระจายอยู่ทั่วลำตัว หัวมีขนาดใหญ่ มีหนวดที่มุมปาก 2 คู่ยาว ปากกว้างมาก ตามีขนาดเล็ก[2]
มีความยาวได้ถึง 3 เมตร โดยสถิติโลกที่มีบันทึกไว้ คือ น้ำหนัก 250 ปอนด์ ความยาว 8.5 ฟุต ที่ตอนเหนือของอิตาลี[3]
มีถิ่นกำเนิดในยุโรปตอนกลาง ไปจนถึงเอเชียกลาง โดยเฉพาะในประเทศรัสเซีย แต่สามารถที่จะเพาะขยายพันธุ์ได้ในที่เลี้ยง จึงมีการนำเข้าจากสหราชอาณาจักรไปปล่อยในแหล่งน้ำของสเปนจนกลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ตั้งแต่ทศวรรษที่ 50[4]
เป็นปลาที่หากินเพียงลำตัวตัวเดียว กินอาหารโดยไม่เลือกแม้กระทั่ง สัตว์ปีก หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือแม้แต่กินพวกเดียวกันเอง จนทำให้มีคำเล่าลือกันในยุคกลางว่ากินกระทั่งมนุษย์ หรือมีการผ่าท้องแล้วเจอเศษซากชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ภายใน[5] แต่โดยปกติแล้ว อาหารคือ กุ้ง, ปู และปลา หากินในเวลากลางคืน มีพฤติกรรมการขยายพันธุ์ โดยตัวผู้จะเป็นผู้ดูแลไข่จนฟักเป็นตัว
ด้วยความที่เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ จึงนิยมตกกันเป็นเกมกีฬา โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งสามารถตกได้ด้วยมือเปล่าได้ ด้วยการสวมถุงมือที่ยาวถึงต้นแขน แล้วใช้มือล้วงเข้าไปในโพรงที่ปลาอาศัย แล้วดึงปลาออกมาด้วยการให้ปลางับที่มือ
นิยมปรุงเป็นอาหาร และนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงามและแสดงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะในตัวที่เป็นสีขาวล้วน[6]
ประวัติสโมสรฟุตบอลเชียงใหม (Chiangmai FC)
สโมสร "ฟุตบอลเชียงใหม่" ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ชื่อ สโมสรฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่ ใน พ.ศ. 2542 ในยุคของฟุตบอลอาชีพนำร่อง โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอล "โปรวินเชียลลีก" ตั้งแต่ยุก่อตั้ง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ ตามที่ กกท. ได้เตรียมไว้ให้กับทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยใช้ชื่อว่า สโมสรเชียงใหม่คาริเบลอ ในยุคนั้น จะมีนักเตะชื่อดังหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ศุภกิจ จินะใจ , บัณฑิต เพรชอำไพ , พีรยุทธ ทองศรี ร่วมทัพ โดยอันดับที่ดีที่สุดคือ อันดับที่ 4 ในโปรลีก โดยการคุมทัพโดย น้าติ๊ก สมชาติ ยิ้มศิริ
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2550 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการวมโปรเฟสชั่นแนลลีกลีกกับฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกเข้ามาร่วมกัน ทางสโมสรฟุตบอลของจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้เข้าร่วมในการแข่งขัน ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 โดยภายใต้การนำของ เสี่ยตั่ว เจ้าของร้านวนัสนันท์ ของฝากจากเชียงใหม่ โดยได้ใช้ชื่อ สโมสรเชียงใหม่เอฟซี เข้าร่วมการแข่งขัน และปี 2551 ทาง AFC ได้ลงมาดูแลเรื่องการจดทะเบียนให้เป็นนิติบุคคล ทางฝ่ายบริหารจึงเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น เชียงใหม่ยูไนเต็ด เข้าร่วมการแข่งขันเรื่อยมา
สโมสร "ฟุตบอลเชียงใหม่" ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ชื่อ สโมสรฟุตบอลจังหวัดเชียงใหม่ ใน พ.ศ. 2542 ในยุคของฟุตบอลอาชีพนำร่อง โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอล "โปรวินเชียลลีก" ตั้งแต่ยุก่อตั้ง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ ตามที่ กกท. ได้เตรียมไว้ให้กับทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยใช้ชื่อว่า สโมสรเชียงใหม่คาริเบลอ ในยุคนั้น จะมีนักเตะชื่อดังหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ศุภกิจ จินะใจ , บัณฑิต เพรชอำไพ , พีรยุทธ ทองศรี ร่วมทัพ โดยอันดับที่ดีที่สุดคือ อันดับที่ 4 ในโปรลีก โดยการคุมทัพโดย น้าติ๊ก สมชาติ ยิ้มศิริ
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2550 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการวมโปรเฟสชั่นแนลลีกลีกกับฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกเข้ามาร่วมกัน ทางสโมสรฟุตบอลของจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้เข้าร่วมในการแข่งขัน ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 โดยภายใต้การนำของ เสี่ยตั่ว เจ้าของร้านวนัสนันท์ ของฝากจากเชียงใหม่ โดยได้ใช้ชื่อ สโมสรเชียงใหม่เอฟซี เข้าร่วมการแข่งขัน และปี 2551 ทาง AFC ได้ลงมาดูแลเรื่องการจดทะเบียนให้เป็นนิติบุคคล ทางฝ่ายบริหารจึงเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น เชียงใหม่ยูไนเต็ด เข้าร่วมการแข่งขันเรื่อยมา
ในปี 2552 ได้มีการสร้างลีกภูมิภาค
ซึ่งเป็นลีก D2 ที่รองรับ การแข่งขันในแต่ละภูมิภาค เชียงใหม่
ได้ส่งทีมเข้าร่วมในนามของเชียงใหม่ยูไนเต็ด แต่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล
จบด้วยอันดับที่อยู่ท้ายของตารางการแข่งขัน
ในปี 2553 นั้นทางสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ได้ประชุมและได้ตกลงว่าจะทำการส่งแข่งขันเอง โดยใช้ชื่อว่า เชียงใหม่ เอฟซี มี
ฉายาว่า "พยัคฆ์ล้านนา" ซึ่งผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสรคือ
ดร.อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง
นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ที่มาที่ไปของการก่อตั้ง ทีมเชียงใหม่ เอฟซี
ขึ้นมานั้น เกิดจาก เมื่อวันที่ 1 ต.ค.52 คณะกรรมการผู้บริหารสมาคมกีฬา
จ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดประชุมในวาระ
เรื่องการส่งทีมฟุตบอลเข้าแข่งขันในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ในปี 53
ซึ่งที่ประชุม มีมติให้มีการจดทะเบียนสโมสรฟุตบอลในจังหวัดขึ้นมาใหม่
ภายใต้ชื่อว่า "บริษัท ไทเกอร์ เชียงใหม่" เป็นทีมสโมสรเชียงใหม่ เอฟซี
เนื่องจาก เดิมทีเป็นทีมฟุตบอลสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด
ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในรายการนี้
แต่หลังจบฤดูกาลเกิดปัญหาหลายอย่างภายในทีม และทีมเชียงใหม่ เอฟซี
จึงได้สิทธิ์ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชัน 2
โซนภาคเหนือฤดูกาล 2010 ในที่สุด
ปี 2553 นี้เอง เชียงใหม่เอฟซี ก็กลับมาครองความยิ่งใหญ่
ด้วยการคว้าอันดับ 1 ลีกภูมิภาคโซนภาคเหนือ และอันดับที่ 3
รอบแชมป์เปี้ยนลีกรอบสุดท้าย สามารถคว้าตั๋วเพื่อขึ้นเล่นขึ้นไปเล่น
ดิวัชั่น 1 ในฤดูกาล 2554 แต่ในฤดูกาล 2554 เชียงใหม่เอฟซี
เมื่อจบฤดูกาลในอันดับที่ 16 ของตาราง D1 ทำให้ในฤดูกาล 2555
ต้องลดชั้นลงมาเล่น ลีกภูมิภาคโซนภาคเหนือ
และในปี 2555 เชียงใหม่เอฟซีทำอันดับขึ้นนำ ในหัวตารางลีก D2
โซนเหนืออีกครั้ง และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 1 ของภาคเหนือ
เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ได้ 2 สมัย แต่ในรอบแชมป์เปี้ยนลีก
ทีมพลาดท่าสะดุดในช่วงต้น ทำให้ทำแต้มจบเป็นอันดับที่ 3
ไม่สามารถขึ้นชั้นไปยัง D1 และ ฤดูกาล 2556 เชียงใหม่เอฟซี
ก็จะลงทำการแข่งขันใน D2 โซนเหนือเพื่อก้าวไปยังเป้าหมายอีกครั้ง
เกียรติประวิติสโมสร
- แชมป์ AIS ลีกภูมิภาคโซนเหนือ ฤดูกาล 2010
- อันดับที่ 3 AIS ลีกภูมิภาค ฤดูกาล 2010
- แชมป์ AIS ลีกภูมิภาคโซนเหนือ ฤดูกาล 2012
- อันดับที่ 3 AIS ลีกภูมิภาค ฤดูกาล 2010
- แชมป์ AIS ลีกภูมิภาคโซนเหนือ ฤดูกาล 2012
10 อันดับ ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่10 Great white shark
ฉลามขาว ยังคงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ยังคงหวาดกลัวมันจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากเรา สามารถพบเห็นมันตามแถบทะเลชายฝั่งเกือบทั่วทุกมุมโลก
ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ และมีความยาวประมาณ 6 เมตร น้ำหนักประมาณ 2250
กิโลกรัม ปลาฉลามขาว เป็นสัตว์กินเนื้อ เหยื่อที่มันเลือกจะล่ามีปลา
(รวมทั้งปลากระเบนและ
ฉลามที่ตัวเล็กกว่า) ปลาโลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล เต่าทะเล และเต่าตะหนุ ทั้งยังมีชื่อ ในเรื่องกินไม่เลือก แม้กระทั่งของที่กินไม่ได้อย่างกระป๋อง ทุ่มลอยน้ำ และฉลามขาว มีจมูกที่ไวต่อกลิ่นเลือดเป็นอย่างมาก เพราะฉลามขาวสามารถได้กลิ่นเลือดเพียง 1 หยดที่อยู่ไกลออกไปถึง 3 กิโลเมตรได้…
ฉลามที่ตัวเล็กกว่า) ปลาโลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล เต่าทะเล และเต่าตะหนุ ทั้งยังมีชื่อ ในเรื่องกินไม่เลือก แม้กระทั่งของที่กินไม่ได้อย่างกระป๋อง ทุ่มลอยน้ำ และฉลามขาว มีจมูกที่ไวต่อกลิ่นเลือดเป็นอย่างมาก เพราะฉลามขาวสามารถได้กลิ่นเลือดเพียง 1 หยดที่อยู่ไกลออกไปถึง 3 กิโลเมตรได้…
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ9 Frilled shark
Frilled shark เป็นฉลามในสกุล Chlamydoselachus
มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ ว่า Chlamydoselachus anguineus
เดิมคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่มีรายงานพบใน หลายพื้นที่
รวมถึงในเขตน่านน้ำญี่ปุ่น ทำให้กลายเป็น “ฟอสซิลมีชีวิต”
อีกชนิดหนึ่ง ที่ยังคงมีชีวิตเหลือรอดในยุคครีเทเชียส จนกระทั่งปัจจุบัน
หน้าตาของฉลามชนิดนี้แตกต่างจากฉลามที่เรารู้จักกันทั่วไป
เพราะคล้ายกับปลาไหล สีน้ำตาลหรือสีเทามากกว่า แต่การมีช่องเหงือก 6 คู่
เป็นจุดที่ยืนยันว่ามันคือฉลาม ตัวเต็มวัยยาวได้ถึง 6.5 ฟุต
ส่วนตัวที่พบล่าสุดยาว 5.3 ฟุต
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่8 Wolf Fish
ปลาหมาป่า หรือ หมาป่าทะเล โดยมักอาศัยหลบ
ซ่อนตามโขดหินปลาหมาป่าเป็นปลาที่มีหัวค่อนข้างใหญ่ มีปากขนาดใหญ่และฟัน
แหลมคม ฟันนี้ใช้สำหรับแทะเพื่อกินเม่นทะเลเป็นอาหาร
(สัตว์น้ำจำพวกที่มีเปลือก เป็นอาหารหลักของมัน) พวกมันสามารถมีขนาดใหญ่ถึง
20 กิโลกรัม และสามารถยาว ถึง 150 เซนติเมตร
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่7 Goliath Tigerfish
ปลา Tiger Fish เป็นปลาน้ำจืดกลุ่ม Characin(กลุ่มเดียวกับ ปลาปิรันย่า ) ที่มีขนาดใหญ่ มักอาศัยใน แม่น้ำ Lualaba และทะเลสาป Tanganyika ประเทศคองโก ขนาดใหญ่สุด มี น้ำหนักถึง 80 ปอนด์ ที่เรียกว่า “ ปลาเสือ ” ก็เพราะ ก็อันเนื่องมาจากข้อมูลพฤติกรรม ของมันที่เป็นนักล่ามาแต่กำเนิด บวกกับเขี้ยวของมันและด้วยรูปร่างของมันคล้าย ตอร์ปิโด
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่6 cookiecutter shark
ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ หรือ cigar shark ชื่อ
ออกน่ารัก แต่นิสัยมันไม่น่ารักเลยนะ มันเป็นปลาฉลามอีกพันธุ์ที่หายาก
อาศัยน้ำลึก 500 ฟุต มีขนาดเล็กขนาดเท่าซิการ์ เท่านั้น
แต่พิษสงมันเหลือร้ายทำให้มันล่าเหยื่อขนาดใหญ่อย่างวาฬและโลมาเป็น
อาหารได้สบายๆ โดย ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นั้นมีเทคนิคซุ่มโจมตีที่ใช้ประโยชน์จากการ เรืองแสงในตัวเหมือนกับผี
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่5 แฮคฟีช (hagfish)
แฮคฟีช (hagfish) รูปร่างเหมือนทากหรือปลิงแต่ความจริงแล้วเป็นปลา
เป็นปลา ไม่มีขากรรไกรที่อาศัยอยู่ในทะเล โดยการกินปลาตาย
หรือใกล้ตายรวมทั้งสัตว์ไม่ มีกระดูกสันหลังที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม
กลุ่มหนอนปล้อง มอลลัสและครัสเตเชียน ดังนั้น แฮคพีช จึงไม่เป็นปาราสิต
และไม่ได้เป็นสัตว์ล่าเหยื่อ แต่ค่อนมาทางกินซากสัตว์ มากว่า
แฮคฟีชมีประมาณ 32 ชนิด ชนิดที่รู้จักกันดีในอเมริกาเหนือ ในมหาสมุทร
แอตแลนติก
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่4 Basking Shark ยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีแห่งท้องทะเลใหญ่ เป็นอันดับสองรองจากฉลามวาฬ
ฉลามบาสกิ้น ความจริงยังมีฉลามอีกมากควรติดอันดับ เช่น ฉลามยักษ์เมกาโลดอน ( Megalodon Sharkหรือฉลามเมกาเมาทธ์ ( MegaMouth ) แต่ดูเหมือนว่า ฉลามบาสกิ้น
จะดูโดดเด่นที่สุดในอันดับของเรา โดยฉลามชนิดนี้เป็น
ยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีแห่งท้องทะเลใหญ่ เป็นอันดับสองรองจากฉลามวาฬ ยาวประมาณ
12.27 เมตร หนักกว่า 19 ตัน มีรายงานการพบปลาขนาดใหญ่ที่นอร์เวย์วัดได้ยาว
12 เมตร มีปากขนาดใหญ่
แต่กินแพลงตอนเป็นอาหารโดยปากของมันจะเหมือนตัวกรองที่สามารถดูดน้ำเข้าปาก
ได้ 2000 ตันต่อชั่วโมง
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่3 Blob Fish
ปลาบร็อบ
ถูกพบในระดับความลึกที่มีแรงดันมากกว่าปกติ ถึง 12
เท่าทำให้ถุงลมขาดประสิทธิภาพ เพื่อที่ปลา สามารถลอยตัวได้ (
ที่รู้จักกันในชื่อ “กระเพาะปลา”
มีหน้าที่ เก็บกักอากาศ หรือปล่อยอากาศออกเพื่อประโยชน์ในการลอยตัว หรือดำน้ำ ) ปลาจึงมีเนื้อที่มีลักษณะเป็นวุ้น มีความหนาแน่น น้อยกว่าน้ำเล็กน้อย เพื่อให้สามารถ ลอยตัวเหนือพื้นทะเล โดยใช้พลังงานน้อยที่สุดในการลอยตัว และว่ายน้ำ จึงทำให้ ปลาบร็อบ ไม่จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อ และข้อดีอย่างแรกก็คือมันสามารถทิ้งตัวลงมา จับเหยื่อจากด้านบนจึงเป็นการดีกว่าจะเข้า จู่โจมจากด้านหน้าที่อาจจะได้รับอันตราย จากการที่เหยื่อต่อสู้
มีหน้าที่ เก็บกักอากาศ หรือปล่อยอากาศออกเพื่อประโยชน์ในการลอยตัว หรือดำน้ำ ) ปลาจึงมีเนื้อที่มีลักษณะเป็นวุ้น มีความหนาแน่น น้อยกว่าน้ำเล็กน้อย เพื่อให้สามารถ ลอยตัวเหนือพื้นทะเล โดยใช้พลังงานน้อยที่สุดในการลอยตัว และว่ายน้ำ จึงทำให้ ปลาบร็อบ ไม่จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อ และข้อดีอย่างแรกก็คือมันสามารถทิ้งตัวลงมา จับเหยื่อจากด้านบนจึงเป็นการดีกว่าจะเข้า จู่โจมจากด้านหน้าที่อาจจะได้รับอันตราย จากการที่เหยื่อต่อสู้
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่2 Lamprey
ปลาแลมเพรย์เป็นปลาไหลชนิดหนึ่ง ลำตัวด้านหลังมักจะเป็นสีดำ
มีครีบหลังและครีบหาง แต่ไม่มีครีบคู่ ไม่มีเกล็ด
ปากจะอยู่ค่อนลงมาทางด้านท้อง มีลักษณะคล้าย แว่นใช้สำหรับดูด
ปากกลมซึ่งไม่จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ขึ้นมาบังคับขากรรไกรให้อ้าและ
หุบแบบปัจจุบัน
พวกมันต้องการเพียงปากที่มีตะขอสำหรับเกาะเหยื่อเพื่อดูดเลือดสัตว์อื่นเป็น
อาหาร และดำรงชีพเป็นปรสิตเมื่อดูดเลือดของเหยื่อจน
ตัวเหยื่อแห้งก็จะปล่อยแล้วหาเหยื่อใหม่
ปลาที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับที่1 Fanfin Seadevil
ปลาปีศาจ ครีบพัด (Fanfin Seadevil) หรือ
Caulophryne jordani เป็น ปลาน้ำลึก ในตระกูล Anglerfish ปลาปลาปีศาจ
ครีบพัด ( Fanfin Seadevil ) มีสี่งที่แปลก และ โดดเด่นกว่า ปลาในตระกูล
Anglerfish ทั่วไปคือ พวกมันไม่มีหงอนเรืองแสงบนหัว
ที่ใช้สำหรับล่อเหยื่อในที่มืด และทั่วทั้งร่างมีครีบยาว คล้ายพัด
เช่นเดียวกับปลาใน ตระกูล Anglerfish เพศผู้มีขนาดเล็กกว่ามากเพศเมีย
เพศผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาด เพียง 0.5 นิ้ว (1.27 เซ็นติเมตร)
ส่วนเพศเมียจะมีขนาดใหญ่ได้ถึง 10 นิ้ว (25 เซ็นติเมตร ความยาวไม่รวมหนวด)
การที่เพศผู้มีขนาดเล็ก และเพศเมีย มีขนาด ใหญ่นั้นเกิดจากอุปนิสัยที่
เมื่อตัวผู้พบ ตัวเมีย ตัวผู้จะเกาะติดตัวเมียด้วยปาก ทำตัว เหมือนกาฝาก
โดยดูดเลือดของตัวเมียเป็นอาหาร และเมื่อนานวันตัวผู้จะศูนย์เสีย
การมองเห็น และประสาทสัมผัสต่างไป และหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเมีย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)














